BlockBerry 9500 ?

24 06 2009

หลายคนทราบดีว่า โอบาม่าประธานาธิบดีสหรัฐฯใช้มือถือ Blackberry Storm 9500 แต่เมื่อได้เห็นโปสเตอร์โฆษณาชิ้นนี้แล้ว หลายๆ คนคงต้องขยี้ตากันเป็นแถว เพราะมือถือที่เห็นนั้นชื่อว่า BlockBerry และภาพชายที่ยืนอยู่ในรูปก็คือ Obama ว่าแต่เขาเปลี่ยนใจตั้งแต่เมื่อไร?

 แต่หลังจากที่ได้อ่านรายละเอียดของข่าวชิ้นนี้แล้ว ก็เลยเข้าใจว่า มันเป็นมุขโปรโมทมือถือเลียนแบบของจีนอีกแล้วครับท่าน เริ่มตั้งแต่การเลียนแบบมือถือ BlackBerry 9500 พร้อมทั้งตั้งชื่อให้ใกล้เคียงว่า BlockBerry 9500 เรียกว่า มองผ่านๆ ไม่ทันสังเกตต้องเข้าใจผิดแน่ๆ เพราะมันเล่นเหมือนทั้งชื่อ และคล้ายทั้งตัวเครื่องซะขนาดนั้น

แล้วทำไมถึงต้องเอารูป Obama มาลงไว้ด้วยล่ะ ข้อความที่ปรากฎในโปสเตอร์บอกว่า “โอบาม่ามี BlackBerry, ผมมี BlockBerry” ฟังดูน่าขันดีนะครับ แต่งานนี้ โอบาม่าจะได้ค่าตัวหรือเปล่านะ? BlockBerry 9500 (เทียบรุ่น Huawei K3) ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Mobile 6.1 โพรเซสเซอร์ 460MHz หน้าจอระบบสัมผัส 3.2 นิ้ว เชื่อมต่อไร้สายได้ทั้ง WIFI และ Bluetooth พร้อมระบบนำทาง GPS อีกทั้งยังสนับสนุนเครือข่าย 3G และ EDGE

ใครกล้าซื้อ ?

Credit ARIP





อัพเดตเคสคอมพิวเตอร์

17 06 2009

รูปไม่ค่อยชัดขอโทษด้วยหากล้องใหญ่ไม่เจอใช้กล้องมือถือถ่าย

http://www.uppic.net/ii/2image_052.jpg

http://www.uppic.net/ii/1image_053.jpg

http://www.uppic.net/ii/3image_054.jpg

http://www.uppic.net/ii/4image_055.jpg

http://www.uppic.net/ii/3image_056.jpg





Apple Store Thailand Update แล้ว

9 06 2009

Apple Store Online Thailand ทำการ Update เรียบร้อยแล้วสิ่งที่เปลี่ยนไปมีดังนี้

- iPhone 3GS
iPhone ตัวใหม่ดีกว่าเดิม สามารถ Copy Paste ได้แล้ว(ทั้งๆที่ Windows Mobile ทำได้ตั้งแต่ปี199X แล้ว)
สามารถถ่ายVDOได้แล้ว(ทั้งๆที่ Windows Mobile ที่มีกล้องเขาทำกันมาเป็นชาติแล้ว)
กล้อง3ล้าน Autofocus
Processor เร็วขึ้น
มีเข็มทิศในตัว (อันนี้ขอคารวะ)
ดูเพิ่มที่นี่ http://store.apple.com/th/browse/home/shop_iphone?mco=MTI2MjE

- Macbook Aluminium เร็วขึ้นดีขึน แต่ ถูกลง (โอ้วเหลือเชื่อ) Processor เร็วขึ้น Battery ใหญ่ขึ้น Keyboard เรืองแสงโดยไม่ต้องเพิ่มเงิน มี Firewire 800 แล้ว !!! อ่าน SD Card ได้ อ้อแล้วก็ Macbook Aluminium โดนยุบรวมกลายเป็น Macbook Pro 13 แล้ว

- Macbook Polycarbonate ผุดมาให้เลือกพร้อมใส่คำว่า “NEW” แล้ว

- Accessory เพิ่มขี้น

อย่างอื่นดูได้ที่ http://store.apple.com/th





Apple Update Thai Store

8 06 2009

เฮ้ย!!! ของใหม่จะออก

คราวนี้จะเอาอะไรออกมาหว่า
ผมขอเดาว่าน่าจะเป็นiPhoneตัวใหม่นะ (เดานะ)

ลองดูที่ store.apple.com/th ว่าUpdateหรือยัง





ความลับของปลากัดบน windows 7

20 05 2009

หลายคนที่ลองเล่นระบบปฏิบัติการใหม่ของ Microsoft นั่นก็คือระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows 7 แล้วก็คงจะรู้ว่า Default Background ของ Windows 7 คือเจ้าปลากัดไทยนี่เอง

นี่คือ Default Background ของ Microsoft Windows 7

จะเห็นได้ว่าเป็นรูปปลากัดไทยนี่เอง

  • ทำไมต้องเป็นปลากัดละ ทำไมไม่เป็น ปลาทูน่า ปลาเก๋า ปลากะเบนก็สวยดีนะ
    เหตุที่เป็นรูปปลากัดนี้มีการตีความเป็นไปได้2แบบ

    1. เพราะชื่อของปลากัด
      ชื่อของปลากัดมีชือภาษาอังกฤษเต็มๆว่า Siamese fighting fish และมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า Betta fish หรือ Betta Splendens ซึ่งเพราะเหตุนี้เอง Microsoft จึงนำไปใช้กับ Windows 7 Beta เพราะ ชื่อที่ว่า “Betta” fish นั้นเลียนเสียงกับคำว่า beta ซึ่งในภาษาคอมพิวเตอร์แปลว่ายังเป็นเวอร์ชันทดลองอยู่
    2. เพราะความสวยงามของมัน
      ปลากัดเป็นปลาที่สวยงามพันธุ์หนึ่งและแน่นอนว่ามีการผสมพันธุ์โดยการมองตาของเพศตรงข้ามแต่แน่นอนว่าMicrosoftคงไม่ต้องการให้เรามองมันเพื่อผสมพันธุ์หรอกแต่Microsoftพยายามบอกว่าWindows 7เป็นWindowsที่สวยมากๆจนไม่อยากละตาจากไป
  • แล้วอย่างนี้ก็หมายความว่าใน Windows 7 รุ่นเต็มจะไม่เป็นรูปปลากัดแล้วเหรอ?
    ก็มีความเป็นไปได้แต่ยังไม่แน่นอนเพราะเป็นแค่เป็นเพียงแค่การคาดเดา




วิธีการดู Spec Notebook

7 05 2009

ผมเห็นหลายคนพอถึงงานคอมมาร์ตก็ไปซื้อโน็ตบุดกันยกใหญ่แต่หลายคนอาจจะงงว่าไอ้ CPU Chipset Port RAM ที่ใบspecมันคืออะไรวันนี้ผมจะมาใขให้กระจ่างเองอันนี้บางข้ออาจจะเอาไปใช้กับเครื่องตั้งโต๊ะด้วยก็ได้นะครับ

CPU

คือหน่วยประมวลผลเปรียบเหมือนสมองกลของคอมพิวเตอร์ บางท่านอาจจะคิดว่ามันเป็นกล่องสี่เหลี่ยมรึเปล่า แต่ไม่ใช่อย่างนั้น CPU คือ Chip ขนาดประมาณ 1นิ้ว x 1 นิ้ว ใหญ่ว่า หรือ เล็กกว่า (แล้วแต่ Model) โดยในโน๊ตบุ๊กนั้นแม้จะไม่ค่อยนิยมเปลี่ยนซีพียูเองเท่าไรเพราะ หาซื้อยาก มีราคาสูง และอาจจะกระทบกับการรับประกันได้ แต่ก็มีหลายๆท่าน ลองเปลี่ยนดูมาแล้วนะครับ


ปัจจุบันมีผู้ผลิต CPU Notebook รายใหญ่อยู่แค่ 2 บริษัท คือ AMD และ Intel ซึ่งส่วนมาก Intel จะครองตลาดซะมากกว่า โดยจะแบ่งได้หลายระดับที่นิยมและมีขายในตอนนี้ทั้ง

  • Intel Atom นิยมใช้ใน Netbook เพราะขนาดที่เล็กและราคาที่ไม่แพงรองรับการใช้งานเป็นอย่างดี ในการใช้งานเบาๆ
  • Pentium Dual Core ซีพียู 2 Core ระดับเริ่มต้น มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับสูงแต่ไม่สูงเท่า Core2Duo รองรับการทำงานที่หนักขึ้นมาจาก Netbook
  • Core 2 Duo ซีพียู 2 Core ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน มีประสิทธิภาพที่อยู่ในระดับดี สามารถใช้งานหนักร่วมไปถึงเล่นเกมส์ได้ดีพอสมควร ตามระดับความเร็วของซีพียู โดยจะแบ่งเป็น 2 Series ทั้ง T Series ในแพลตฟอร์มเซนทริโน 1 และ P Series ในแพลตฟอร์มเซนทริโน 2
  • Core 2 Quad ซีพียูในระดับ 4 Core สามารถประมวลผลหนังๆเล่นเกมส์ได้สบาย แต่ด้วยราคาที่ยังสูงอยู่จึงนิยมใช้ในเครื่องที่มีราคาสูงๆทั้งนั้น

Chipset

คือส่วนที่ค่อยควบคุม อุปกรณ์แทบทั้งหมดของเครื่อง หรือเรียกได้ว่าเป็นตัวประสานงานต่างๆขอบอุปกรณ์บนเมนบอร์ดก็ว่าได้ ตั้งแต่ซีพียู แรม …. ไปจนถึงพอร์ตต่างๆ ล้วนแต่พึ่งพา ชิปเซ็ตทั้งนั้น มีผู้ผลิตชิปเซ็ตก็มีทั้ง Intel ซึ่งจัดได้ว่าเป็นผู้ผลิตชิปเซ็ตรายใหญ่ที่สุด โดยจะผลิตชิปเซ็ตมารองรับซีพียูของตนเองเป็นส่วนใหญ่อยู่แล้ว พอซีพียูรุ่นใหม่ออกก็จะผลิตชิปเซ็ตออกมารองรับทันทีทันใด แน่นอนว่าซีพียูเป็นของ Intel เกือบทั้งหมด ชิปเซตเอง Intel ก็กินส่วนแบ่งเกือบทั้งหมด แต่ก็มียี่ห้ออื่นๆที่หลุดๆมาบ้างทั้ง AMD ที่เหมือนๆกับ intel คือผลิตชิปเซ็ตให้ซีพียูตนเองเป็นหลัก นอกเหนือจากนั้นก็มีทั้ง NVIDIA, SIS, VIA

Chipset

Graphic Chip

คือหน่วยที่ประมวลผลด้านภาพออกมาแสดงทางจอ มีด้วยกัน 2 ประเภทคือ Onboard ที่จะรวมภาคประมวลผลภาพของการจอลงในชิปเซ็ตของเครื่องด้วย และแน่นอนว่ายังคงเป็นของ Intel เสียส่วนใหญ่ ความสามารถนั้นก็ถือว่าเป็นในระดับล่าง ใช้งานทั่วไป ดูหนัง เล่นเกมส์ที่ความละเอียดไม่สูงมากได้บ้าง

อีกชนิดหนึ่งคือแยกชิปเซ็ตแยกจากชิปเซ็ตหลัก มีทั้งแบบเป็นการ์ด และแบบที่เป็นชิปเซ็ตฝังบนเมนบอร์ดเลย โดยมีบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ 2 ราย คือ ATI และ NVIDIA ความสามารถต่างๆ นาๆ นั้นก็จะขึ้นอยู่กับราคา ยิ่งแพงการประมวลผลด้านภาพก็จะยิ่งดี ยิ่งเล่นเกมส์ ดูหนัง Hi-Def ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รุ่นยอดฮิตในไทยก็ได้แก่

NVIDIA

  • 9300M GS (ระดับล่าง พอเล่นเกมส์ได้นิดหน่อย)
  • 9600M GT (ระดับกลาง สามารถเล่นเกมส์ดูหนังได้ดีในระดับหนึ่งเลย)
  • ส่วนรุ่นใหญ่กว่านั้นก็มี แต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไรเพราะมีราคาสูงมากเกินไป

ATI

  • Series 3xxx เป็นรุ่นที่ไม่เก่ามากยังมีขายอยู่ เรียงลำดับตามประสิทธิภาพตั้งแต่ล่างสุดไปบนสุดได้แก่ 3410 > 3450 > 3470 > 3650 > 3670
  • Series 4xxx เป็นรุ่นใหม่ที่เพิ่งออกมา มีประสิทธิภาพที่ดีทีเดียวเลย และคาดว่าจะมีอีกหลายๆรุ่นตามมา ได้แก่ 4570 > 4650

Graphic Chip

Display

คือส่วนที่เป็นจอภาพ โดยจอภาพนั้น จะมีขนาดเล็กๆตั้งแต่ 7 นิ้ว ไปจนถึง ใหญ่ๆ 18 – 20 นิ้วกันเลยทีเดียว ตามความต้องการเช่นใครต้องการพกพาสะดวกก็ดูรุ่นที่จอเล็กๆหน่อย แต่ถ้าใครซื้อไปเป็นเครื่อง PC สำหรับดูหนังเล่นเกมส์แบบว่าไม่ค่อยได้ยกไปไหนมาไหน จะซื้อรุ่นที่จอใหญ่ๆก็ตามชอบเลยครับ และอีกสิ่งที่เป็นข้อสังเกตุคือ Resolution ยิ่งมีค่าสูงจอภาพก็จะมีความละเอียดมาก เช่น จอที่ไว้ดูหนัง Hi-Def โดยเฉพาะ จะอยู่ที่ 1920×1080 ซึ่งจะพบได้ใน Notebook ระดับ Hi-End ราคาสูง

1920×1080

Memory

เป็นหน่วยความจำชั่วคราวสำหรับเป็นที่พักข้อมูลยิ่งมีความจุสูงก็จะยิ่งทำให้ Notebook สามารถทำงานได้ลื่นไหลมากขึ้น และความเร็วของแรมเช่น 667 800 MHz นั้นยิ่งมากก็จะยิ่งทำให้เครื่องทำงานได้ไวสอดคล้องกับซีพียูมากขึ้น ส่วนมากของโน๊ตบุ๊กในปัจจุบันใช้ RAM DDR2 ที่มีราคาถูก แต่ล่าสุดก็ได้มี RAM DDR3 แล้วซึ่งจะทำงานเร็วกว่าเดิมถึง 2 เท่า แต่ยังไม่นิยมเพราะยังมีราคาแพงกว่า DDR2 อีกทั้งชิบเซตที่รองรับก็ยังมาน้อย ตอนนี้ที่เห็นชัดเจนก็แค่ชิปเซ็ตของอินเทลเซนทริโน 2 เท่านั้น โดยการเลือกใช้นั้นด้วยราคาแรมในปัจจุบันที่ถูกลงมามาก แรมก็ไม่ควรต่ำกว่า 2 GB เป็นอย่างน้อย เพราะในระดับนี้จะทำอะไร เล่นเกมส์ ดูหนัง ฟังเพลง ทำงาน ในเครื่องสามารถใช้งานได้สบายๆแล้ว

RAM DDR2

Hard Disk

เป็นหน่วยความจำหลักที่จะบรรจุซอฟแวร์ต่างๆไว้ในนี้ ถ้า Hard Disk มีความจุมากก็จะทำให้มีพื้นที่ในการเก็บข้อมูลต่างๆเช่น หนัง เพลง มาก จนไม่ต้องกลัวว่าจะเต็มๆ ในเครื่องปัจจุบันที่ขายกันทั่วๆไปต่ำๆก็จะมีมาให้ 160 GB เพียงพอสำหรับเก็บข้อมูลได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ๆเป็นประจำ ก็ไม่ควรน้อยกว่า 250 GB อีกทั้งยังมาฮาร์ดดิสค์อีกประเภทที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นคือชนิด Sloid-State Drives (SSD) เป็นฮาร์ดดิสค์ที่ใช้ IC Chip มาบันทึกข้อมูลแทน แบบจานหมุนในฮาร์ดดิสค์ทั่วไป ซึ่งทั้งเร็วและมีความคงทนสูงกว่าฮาร์ดดิสค์แบบธรรมดาที่เราใช้กันอยู่ แต่ก็มีราคาสูงตามไปด้วย เริ่มนิยมใช้กันแพร่หลายมากขึ้นตั้งแต่ความจุน้อยๆเช่น 8 GB ใน Aspire ONE ไปจนถึงเครื่องระกับ Hi End เลยทีเดียว

Hard Disk


Drive

มีหลายชนิดมากมายเลยครับ ที่นิยมนำมาลง Notebook มากที่สุดตอนนี้ก็คงเป็น

DVD Writer (Dual Layer Support) ที่สามารถ อ่าน-เขียนแผ่น DVD ก็จะมีตั้งแต่เขียนได้ 8X 16X 20X ครับ ส่วน Drive ที่มาแรงคงหนีไม่พ้น Blu-Ray ที่มีขนาดบรรจุถึง 27 G อัตราการโอนถ่ายข้อมูลเร็วถึง 36 Mbps แต่ติดที่ยังราคาแพงอยู่ แต่ในอนาคตไดร์ฟและแผ่นแบบ Blu-Ray จะเข้ามาเป็นมาตฐานใหม่แทน DVD ในไม่ช้านี้แน่นอน

Blu-Ray Disc

USB คงไม่มีใครไม่รู้จัก USB น่ะครับ เป็น Port ที่ส่งถ่ายข้อมูลแบบอนุกรม ที่ได้รับความนิยมสูงสุดมีใช้ในอุปกรณ์ต่อเชื่อมแทบทุกชนิด ตั้งแต่แฟลตไดร์ฟ ยังจอภาพ LCD เลยทีเดียว ด้วยความสามารถเด็ดคือ Plug & Play คือสามารถใช้งานได้ทันทีไม่ต้องรีสตราทเครื่องหรือบางอยางเช่นแฟลชไดร์ฟไม่ ต้องลงไดร์วเวอร์ก็สามารถใช้งานๆได้ทันที ในปัจจุบันใช้ USB 2.0 เป็นหลัก ซึ่งจะมีความเร็วอยู่ที่ 480 MB/s และอีกไม่นาน USB 3.0 ก็จะเข้ามาแล้ว ซึ่งจะมีความเร็วมากว่า 2.0 ถึง 10 เท่า

Firewire

หรือ ที่นิยมเรียกกันว่า IEEE 1394 เป็น Port มีลักษณะดังในภาพ คล้ายรูปสี่เหลี่ยมคางหมู หรืออีกรูปแบบนึงซึ่งจะมีขนาดเล็กกว่า ใช้โอนถ่ายข้อมูลเป็นหลักคล้ายๆกับ USB โดยมีความเร็วอยู่ที่ 400 MB/s อาจจะดูด้อยกว่า USB 2.0 เล็กน้อยแต่ก็แลกมาด้วยความนิ่งของสัญญาณที่ไม่แกว่งเหมือน USB นิยมใช้ในกล้องวีดีโอความละเอียดสูง แต่อีกไม่นานเมื่อ USB เข่าสู่เวอร์ชั่น 3 เมื่อไรพอร์ตนี้คงจะเริ่มหายจากไปเหลือเพียงใช้งานในบางกลุ่มเท่านั้น

Firewire

DVI

เป็น Port ที่ส่งสัญญาณภาพเข้าสู้จอ LCD Notebook ที่มี Port นี้มีค่อนข้างน้อยมากครับ ส่วนใหญ่จะอยู่ใน Notebook รุ่นที่มีราคาสูงๆ โดยจะเป็นส่งสัญญาณแบบดิจิตอล ซึ่งให้คุณภาพในการแสดงผลที่ดีกว่าแบบอนาล็อค แบบในพอร์ต D-SUB ที่นิยมใช้กันในโน๊ตบุ๊กทั่วๆไป

DVI

D-SUB

หรือที่เรียกกันอีกแบบว่า VGA port เป็น Port ที่ส่งสัญญาณภาพเข้าสู้อุปกรณ์แสดงภาพภายนอกที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เรียกได้ว่ามีในโน๊ตบุ๊กแบบทุกเครื่องเลย ถึงแม้คุณภาพของภาพที่เป็นระบบสัญญาณอนาล็อกจะด้อยกว่า DVI แต่ด้วยมีอุปกรณ์รองรับมากที่สุดทำให้เป็นพอร์ตสำหรับต่อแสดงผลที่ได้รับ ความนิยมสูงสุด (แต่ในอนาคตคาดว่าจ HDMI จะมาแทนในไม่ช้า) รองรับทั้งจอแบบ LCD CRT รวมถึงเครื่องโปรเจ็คเตอร์ด้วย

S-video

เป็น Port ที่ส่งสัญญาณภาพเข้าสู้จอ TV โน๊ตบุ๊กรุ่นเก่าๆหน่อยจะมีพอร์ตนี้กันเยอะ แต่ในรุ่นใหม่ๆก็แทบไม่มีแล้วเพราะมีพอร์ตอื่นๆเข้ามาแทนที่ เช่น HDMI

e-SATA

เป็น Port ที่เอาไว้ต่อกับ External Hard disk หรือ Hard disk ธรรมดาก็ได้ โดยพอร์ต e-SATA นั้นจะมีความเร็วมีหลักการทำงานเช่นเดียวกับพอร์ต SATA บนเมนบอร์ดเลย ด้วยความเร็วสูงถึง 300 Mbit/s แต่ในพอร์ต e-SATA จะมีแปลงหัวต่อให้สามารถใช้งานเป็นพอร์ต USB ได้ด้วย

e-SATA


HDMI

หรือย่อมาจาก High-Definition Multimedia Interface ตามที่ชื่อบอกเลยครับว่ารองรับงานมัลติมีเดียเต็มที่ ด้วย Port ที่เชื่อมต่อกับเครื่องเล่น HDMI ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพวก LCD TV หรือ เครื่องเสียง โดยในสาย HDMI จะรวบร่วมสัญญาณดิจิตอลทั้งภาพและเสียงที่ส่งไปในสาย HDMI เส้นเดียว ทำให้มีความสะดวกเพราะไม่ต้องต่อสายหลายสายให้วุ้นวาย โดยในโน๊ตบุ๊กสมัยใหม่ที่รองรับก็จะติดตั้งพอร์ต HDMI มาให้ใช้งานได้เลย โดยสาย HDMI รองรับการส่งข้อมูลสูงสุดประมาณภาพยนตร์ HD 1080p เลยทีเดียว

HDMI


Card Reader

คือ Port ที่เอาไว้ใส่ การ์ดอ่านการ์ดต่างๆ MMC , MSD , CF และอื่นๆ แล้วแต่ผู้ผลิตว่าจะติดตั้งเครื่องอ่านการ์ดชนิดใดมาบางส่งใหญ่ที่นิยมกันก็ เช่น SD MMC

Express Slot

คือ Port อีกชนิดหนึ่งที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาจากบนเมนบอร์ด ซึ่งเอาไว้ ต่อกับการ์ดต่างๆ เพื่อเพอ่มประสิทธิภาพเครื่องให้สูงขึ้นสามารถทำงานได้หลายอย่างมากขึ้นเช่น Air Card , Sound Card หรือแม้กระทั่ง เพิ่มพอร์ต USB LAN

โดยจะแบ่งกันเป็น 3 แบบหลักตามขนาดโดยในแต่ละเครื่องจะแตกต่างกันไป แต่ที่นิยมในปัจจุบันมากที่สุดจะเป็น Express Card 54

ตัวอย่าง Express Slot ทั้ง 3 รูปแบบ


Finger Print

หรือที่สแกนลายนิ้วมือ ที่สามารถใช้ลายนิ้วมือของตัวเองตั้งเป็นรหัสเพื่อเข้าเปิดเครื่อง หรือเข้าถึงข้อมูลสำคัญ ถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เหมาะสมกับนักธุรกิจ ยัน นักศึกษาเลยด้วยซ้ำครับ

Finger Print

Wireless Lan

หรือ Wi Fi ใช้ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบไร้สาย ทำให้เราสามารถนำโน๊ตบุ๊กไปเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ได้ทุกที่ทุกเวลาในที่มีสัญญาณ Wi Fi โดยไม่ต้องเชื่อมต่อสายแต่อย่างใด ทำให้เป็นที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบันด้วยความสะดวกสะบายนี้ และด้วยระบบ IEEE 802.11 นั้นมี 2 มาตรฐาน หลักๆที่นิยมใช้ในโน๊ตบุ๊กคือ N รองรับการเชื่อต่อที่ความเร็ว 36-54 Mbps และ N รองรับการเชื่อมต่อที่ความเร็ว 74 Mbps และสูงสุดที่ 248 Mbps โดยในโน๊ตบุ๊กยังมีจำนวนน้อยที่รองรับมาตรฐานนี้ส่วนใหญ่จะเป็น รุ่นในแพลตฟอร์มเซนทริโน 2 เป็นหลักที่รองรับ

Bluetooth

คือคอนเน็ตเตอร์ไร้สายอีกประเภทที่รู้จักเป็นอย่างดีเพราะในโทรศัพท์มือถือ นั้นได้นำเทคโนโลยีนี้มาใช้กันอย่างกว้างขวาง และในโน๊ตบุ๊กเองก็มีการนำมาใช้ทั้งเชื่อมต่อเผื่อโอนถ่ายข้อมูลระหว่าง เครื่อง ไปจนถึงเชื่อต่อกับโทรศัพท์เพื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย แต่ข้อเสียก็คือ ส่งข้อมูลได้ช้าเพราะมีความเร็วแค่เพียง 100kb/sec และไม่สามารถเชื่อมต่อได้ไกลมากนัก ประมาณ 10 เมตร จึงทำให้ความนิยมลดน้อยลงไป

LAN

หรือ RJ-45 เป็นคอนเน็ตเตอร์ในการเชื่อมต่อสู่ระบบเครือข่ายซึ่งเป็นที่นิยมสูงมาก ตั้งแต่ตามบ้านเรือน จนถึงองค์กรณ์ใหญ่ๆด้วยความเร็วสูงที่การเชื่อมต่อรูปแบบอื่นๆไม่สามารถทัด เทียมได้ยาก ด้วยความเร็วตั้งแต่ 10,100 MB/s จนไปถึงระดับ 1 GB/s (1,000 MB/s) ในโน๊ตบุ๊กรุ่นใหม่ๆก็อยู่ในระดับ 1 GB/s แทบทั้งนั้นเลย ด้วยความเร็วสูงขนาดนี้จึงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายและยังเป็นที่นิยมต่อไป อีกนาครับ

LAN


Modem

หรือที่เรียกว่า RJ-11 ตามชนิดของหัวต่อ เป็นคอนเน็ตเตอร์รุ่นแรกๆของโลกเลยก็ว่าได้ สำหรับเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในสมัยก่อน ที่ความเร็ว 56 K (ในสมัยนี้ก็ยังมีใช้กันอยู่แต่น้อยลงไปเยอะ) โดย Notebook รุ่นใหม่ๆ ไม่มีแล้ว เพราะมีระบบ Hi Speed อินเตอร์เน็ตเข้ามา ซึ่งนิยมใช้เป็นพอร์ต LAN หรือ Wi Fi มากกว่า เพราะเร็วกว่าเยอะ

Modem


Battery

เป็นสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งของ Notebook เพราะคุณจะใช้งานนอกสถานที่ได้ดีแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับแบตเตอรี่ โดยปัจจุบัน Li-Ion ได้รับความนิยมมากสุด นอกจากจะชาร์จได้ตามต้องการแล้ว มันยังใช้งานได้นานพอสมควร ยิ่งจำนวน Cell มากเท่าไรยิ่งสามารถใช้งานได้มากขึ้น ท่านสามารถดูวิธีการบำรุงรักษา Battery ได้ที่่นี่

Battery





ระวัง !!! Kingston ปลอมยัดไส้

7 05 2009

เจอ Kingston ปลอมอีกแล้ว แต่คราวนี้เนียนยิ่งกว่า ข้างนอกเหมือนทุกอย่าง ยกเว้น…. 2-3 วันก่อน ผมได้รับ Flash Drive จากพี่คนหนึ่งมาให้ Copy งานให้ ผมก็รับมาแล้วก็ไม่ได้เอะใจอะไร แล้วก็จัดแจง Copy ไฟล์ใส่ไว้ใน Flash Drive เจ้าปัญหาตัวนี้ (ซึ่งในรูปคือตัว 4GB นะครับที่มีปัญหา ส่วนตัว 2GB คือของแท้นะครับ) หลังจากผม Copy ไฟล์ให้ไปแล้ว พี่เค้าก็นำไปเปิดใช้งาน แต่ก็พบว่าไฟล์ไม่สมบูรณ์ ก็ยังไม่ได้เอะใจอะไรกันครับ จนผมรับมา Copy ให้ใหม่ คราวนี้ผมก็เริ่มเอะใจ เพราะมันดูแปลกๆ จึงนำมาเทียบกับ 2GB (ของน้อง) เมื่อเทียบกันดูก็พบครับว่ามันมีจุดต่างหลายอย่าง แต่ตัวบอดี้ด้านนอกเหมือนกันมาก แทบจะหาจุดต่างไม่ได้เลย (โลโก้ยังเหมือนกันเลย)


มาดูจุดต่างครับ เริ่มจากหัวเสียบ USB พลิกดูด้านหลังสังเกตว่ามีการประกอบที่ต่างกัน (ด้านซ้ายตัวสีแดงคือของแท้นะครับ) สังเกตว่าตัวล็อคหันไปคนละด้าน ทีนี้พลิกกลับมาอีกด้าน ของแท้ด้านซ้ายจะมีสลักข้อความไว้ ตามรูปเลยนะครับ และจะมีหลุมเล็กๆ 2 หลุม ด้านล่างช่องสี่เหลี่ยม (รูปประกอบ)

ต่อไปมาดูบอดี้ เริ่มจากดูด้านข้าง เห็นๆ กันเลยว่ามันต่างกันนะครับ ของแท้ด้านซ้ายจะแบนราบ ของปลอมด้านขวาจะป่องๆ นูนๆ ต่อไปมาดูพลาสติกที่ด้านหัวของ USB ของแท้จะประกบกันแน่น และหัว USB จะแน่นไม่สามารถเลื่อนไปมาได้ แต่ของปลอมพลาสติกจะแบะออกเล็กน้อย (ผมเดาเอาว่าน่าจะเกิดจากการแกะเอา USB ของแท้ออก แล้วยัดไส้ของปลอมมาครับ)


ต่อไปมาตรวจสอบด้วยซอร์ฟแวร์ ผมเสียบกับคอมฯ แล้วใช้โปรแกรม Safely Remove USB Disks ตรวจสอบ ในรูปจะเห็นเลยนะครับว่า ของปลอมคือไดร์ฟ I: ชิพด้านในคือ Hisun Flash แค่นี้ก็รู้แล้วว่าปลอม (หรือยัดไส้) ส่วนของแท้ชิพจะชื่อ Kingston DataTraveler2.0 (สำหรับยี่ห้อนี้แม้จะคนละดีไซน์ แต่จะเป็นชื่อนี้หมดนะครับ)

ต่อไปมาดู Properties ของอุปกรณ์กันครับ (ที่ผมไฮท์ไลต์สีเขียวคือชื่อของปลอม)

ส่วนอันนี้เป็นของแท้ สังเกตที่ไฮท์ไลต์แถบสีไว้จะต่างกันครับ


ทีนี้มาดูสิ่งที่แตกต่าง จากการใช้งานผมพบว่า เมื่อเรานำของปลอมมาใช้คุณภาพของการเก็บข้อมูลจะด้อยกว่ามาก คือผมแค่ Copy ไฟล์เล็กๆ ลงไปเก็บไว้ (ไฟล์เอกสาร Word) พอจะมาเปิดดู ข้อความมา รูปหาย พอ Copy มาใหม่ ก็เป็นประมาณเดิม ทั้งที่ไฟล์สามารถเปิดใช้งานในเครื่องได้ปกติ ต้อง Copy กันหลายรอบ

ดัง นั้นเพื่อนลองเอาไปคิดกันดูว่า ถึงมันจะราคาถูกกว่า แต่มันคุ้มกับข้อมูลที่หายไปมั๊ย หากเพื่อนๆ นำไปใช้เก็บไฟล์งานที่สำคัญๆ แล้วพอนำกลับมาใช้ก็พบว่าไฟล์เปิดไม่ได้ มันไม่คุ้มหรอกครับ แต่สำหรับเพื่อนๆ ที่อาจจะโดนทางร้านหลอกขายมา เพราะเห็นว่าเราไม่มีความรู้ ก็ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ ถือว่านี่เป็นบทเรียนให้เพื่อนๆ ที่กำลังจะซื้ออุปกรณ์ IT หรืออื่นๆ ควรจะตรวจสอบดูให้ละเอียด หรือพาเพื่อนๆ ที่มีความรู้ไปด้วย หรือเพื่อนไม่ว่าง ผมแนะนำว่า ให้ไปซื้อกับร้านที่มีชื่อเสียงจะปลอดภัยกว่า แพงกว่านิดหน่อย แต่สบายใจกว่านะครับ

มีสติไตร่ตรองก่อนซื้อของนะครับ อย่าไปหลงกับราคานะครับ

อ้างอิงมาจาก www.beartai.com





Microsoft Windows 7 Release Candidate 1

5 05 2009

วันที่Microsoft ยักษ์ใหญ่ด้านซอฟท์แวร์และเจ้าของระะบบปฎิบัติการ Windows ในวันนี้เขาได้ปล่อยให้คนทั่วไปได้ Download Microsoft Windows 7 Release Candidate 1 แล้วซึ่งเขาจะแจก Product Key ให้ไปใช้กันฟรีๆ เขาขอเพียงแค่ให้คุณช่วยส่ง Feedback หรือใบตอบรับในการใช้ Windows 7 Release Candidate 1

โดย Release Candidate นี้ทาง Microsoft จะอนุญาตให้บุคคลทั่วไปและ IT Professional ดาวน์โหลดได้ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2552 จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2552 วิธีการดาวน์โหลด

  1. ไปที่ http://www.microsoft.com/windows/windows-7/default.aspx
  2. กดที่ Download Windows 7 RC
  3. ในหน้า Download Windows 7 RC เลื่อนลงมาข้างล่างแล้วจะมีให้เลือกว่าจะเอาแบบกี่ Bit และภาษาอะไร(ไม่มีภาษาไทย555)
  4. ถ้าต้องการรุ่นสำหรับ IT Professional ก็กดที่ปุ่มข้างๆ
  5. เมื่อเลือกได้แล้วกด Go แล้วจะมีหน้าให้เราใส่ e-mail ของ hotmail หรือ Windows Live Mail
  6. เมื่อกรอก E-Mail พร้อมรหัสแล้วก็กด Login
  7. ตอนนี้จะมีหน้าให้ใส่ข้อมูลส่วนบุคคลก็ใส่ลงไป(แล้วแต่ท่านว่าจะใส่ของจริงหรือไม่) แล้วกด Continue
  8. ตอนนี้ทาง Microsoft จะให้ Product Key ของ Windows 7 มาให้เราจดไว้เพราะจะต้องใช้ตอนลง Windows
  9. ตอนนี้คุณก็กดปุ่ม Download Now เพี่อ Download Windows 7 RC โดยไฟล์จะใหญ่ประมาณ 2.356 GB โดยเน็ตความเร็ว 1Mbps จะใช้เวลาโหลดประมาณ 6ชม.
  10. และเมื่อคุณดาวน์โหลดเสร็จก็เขียนลงแผ่น DVD แล้วก็นำไปใช้ได้แล้ว

ส่วนวิธีการลงจะอยู่ในหน้าที่ Microsoftให้ Product Key ให้กด Installation Instruction

การนำไปอ้างอิงต้องมีแหล่งอ้างอิงจาก www.tecnic08.co.nr





ช่วยโปรโมทเว็บกันหน่อยคร้าบ

3 05 2009

ช่วยโปรโมทเว็บกันหน่อยคร้าบ

นี่แบนเนอร์
tag1

นี่Code

[url=http://www.tecnic08.co.nr][img]http://cpic.uploadd.com//2032/D75/43A1AC5144RGQ38TKMO%5BKXUZDEDUU3Technodism.JPG[/img][/url]

ช่วยๆกันติดตามSignatureในบอร์ดต่างนะครับ
ขอขอบพระคุณมากๆครับ





เตือนคนที่ขึ้นรถไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นBTSหรือMRT(เรื่องจริงที่เจอเอง)

24 04 2009

วันนี้ผมไปขึ้นรถไฟฟ้าBTSสถานีช่องนนทรีจะไปสนามเป้า แต่ผมสังเกตเห็นคนแปลกหน้าใส่เสื้อสีน้ำเงินกางเกงยีนถือย่ามใบหนึ่งเดินตาม ผมตั้งแต่ผมข้ึนบันไดเลื่อนมาตั้งแต่7-Elevenหน้าปากซอยแล้วแต่ผมก็ไม่สนใจ อะไร

แต่เมื่อพออยู่บนชานชลาตอนนั้นรถเพิ่งออกไปพอดีก็ยืนรออยู่แต่ ผู้ชายคนเดิมก็เดินเข้ามาหาผมแต่ผมก็เดินหนีไปหา รปภ.แล้วเขาก็เดินหนีผมไปทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและพอรถมาผมก็ขึ้นรถไป และแน่นอนผู้ชายคนนั้นยังตามมาอยู่พอถึงสยามผมต้องไปต่อรถที่ไปทางหมอชิตและ ผมก็เห็นรถมาพอดีพอผมขึ้นผมก็มองหาผู้ชายคนนั้นเขาออกจากขบวนที่แล้วแล้วมอง เหมือนหาใครสักคนแล้วก็มองมาทางผม ผมก็เลยเบนหน้าหนีและเขาก็ขึ้นมาแล้วยืนประชิดผมเลยคราวนี้

ตอนนี้ผมชักเครียดแล้วผมเลยเดินไปที่หัวขบวน(เขาอยู่ตู้เดียวกับผมแต่ประตูกลางผมเดินมาประตูหน้า)แต่ผิดคลาดเขาไม่ตามมาแต่ผมเห็นเขาพอรถจอดที่ทุกๆสถานีเขาจะต้องหันมามองผมผมก็รู้เลยว่าเดี๋ยวเขาต้องตามผมลงแน่ๆ พอมาถึงสถานีสนามเป้าเป็นสถานีที่ผมต้องลงแล้ว และพอรถหยุดเขาก็หันมามองแล้วก็หันกลับไป

ผม ก็เลยทำเหมือนยังไม่ลงแม้ประตูเปิดแล้วผมก็ยังเกาะเสาอยู่และพอประตูร้อง เตือนปิด(ปิ้บ ปิ้บ ปิ้บ ปิ้บ ปิ้บ ปิ้บ ปิ้บ)ผมเลยรีบวิ่งลงและก็หันมามองเห็นเขากำลังแหวกทางออกกมาจากขบวนและแล้วประตูก็ปิดและเขาก็ยืนอยู่หน้าประตูแล้วมองผมพร้อมยกนิ้วกลางมาหาผม

ฉะนั้นผมขอเตือนทุกคนที่อ่านว่าเวลาไปไหนมาไหนไม่ว่าจะใช้บริการอะไรหรือไม่ว่าจะไปเดินห้างก็ต้องคอยมองซ้าย มองขวาระวังตัวไว้นะครับ
ยุคนี้เศรษฐกิจไม่ดีด้วยขโมย โจร ก็เยอะต้องระวังตัวนะครับ








Follow

Get every new post delivered to your Inbox.